พระเจ้าใหญ่วัดบ้านยางเครือ
วัดพระเจ้าใหญ่ บ้านยางเครือ หมู่ที่ 2 ตำบลเมืองทุ่ง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นที่เคารพสักการะบูชาของประชาชนในตำบลและประชาชนทั่วไป
พระเจ้าใหญ่วัดบ้านยางเครือ
พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะล้านช้างองค์ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีอายุเก่าแก่ราว 312 ปี (เมื่อเทียบกับปี 2562 ในปัจจุบัน) สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในคราวเดียวกันกับการสร้างวัด
ความศักดิ์สิทธิ์ ของพระเจ้าใหญ่เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้คนทั้งในและต่างพื้นที่มาโดยตลอด ประชาชนจากทั่วสารทิศต่างเดินทางมาขอพรและสมหวังในสิ่งที่ตนเองปรารถนาสมดังใจ

พระเจ้าใหญ่ประดิษฐานอยู่ในศาลาการเปรียญภายในวัดบ้านยางเครือ หากมีโอกาสเดินทางมาที่อำเภอสุวรรณภูมิ สามารถเดินทางมาสักการะพระเจ้าใหญ่เพื่อเป็น สิริมงคล แก่ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายและไม่ไกลจากตัวอำเภอมากนัก
วัดบ้านยางเครือ เลขที่109 บ้านยางเครือ หมู่ 2 ตำบลเมืองทุ่ง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด 45130
วัดบ้านยางเครือ วัดแห่งนี้แรกสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2250 แสดงให้เห็นว่าชุมชนแห่งนี้มีผู้คนอาศัยอยู่บริเวณนี้มาก่อนแล้ว ก่อนที่เจ้าเจ้ามงคลจะเสด็จลงมาตั้งเมืองท่งศรีภูมิในปีพุทธศักราช 2256
ภายในวัดยังมีสิมหรืออุโบสถแบบโบราณ เป็นรูปแบบของสิมโปร่ง มีสถาปัตยกรรมแบบสิมอีสาน ที่ทางวัดยังคงอนุรักษ์เอาไว้
วัดบ้านยางเครือ และพระเจ้าใหญ่องค์ศักดิ์สิทธิ์นี้ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจ ความเชื่อ และพิธีกรรมทางศาสนาของชาวสุวรรณภูมิมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
พุทธคุณดีนักแล
ข้อมูลจาก/ : Facebook แจ้งข่าวชาวร้อยเอ็ด
สิมอีสาน
ตั้งอยู่ในวัดบ้านยางเครือ ต.เมืองทุ่ง อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เป็นวัดหนึ่งที่เก่าแก่ในเขตอำเภอสุวรรณภูมิ วัดนี้แรกสร้างเมื่อปีพุทธศักราช ๒๒๕๐ ต่อมาได้เขตวิสุงคามพัทธสีมาในปีพุทธศักราช ๒๒๖๐ แสดงว่าชุมชนแห่งนี้มีชาวลาวอาศัยอยู่บริเวณนี้มาก่อนแล้วก่อนที่เจ้าเจ้ามงคลจะเสด็จลงมาตั้งเมืองท่งศรีภูมิในปีพุทธศักราช ๒๒๕๖นอกจากจะเป็นวัดเก่าแก่โบราณแล้วในวัดแห่งนี้ยังมีพระพุทธรูปองค์ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั่วไป ที่รู้จักกันดีในนาม”พระเจ้าใหญ่บ้านยางเครือ”เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะล้านช้างประดิษฐานอยู่ในศาลาการเปรียญภายในวัด สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในคราวเดียวกันกับการสร้างวัด อายุ ๓๑๑ ปี

ข้อมูล/ภาพ : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด
– กู่อารัมย์-
กู่อารัมย์ (กู่อาราม)
ตั้งอยู่ ณ วัดกู่อารัมย์ บ้านดงเมือง ม.7 ต.เมืองทุ่ง อ.สุวรรณภูมิ จ. ร้อยเอ็ด กรมศิลปกร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ในปี พ.ศ. 2478 หลักศิลาจารึก กู่อารัมย์ สันนิษฐานว่า เป็น ศาสนสถานที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะขอมโบราณ ราวพุทธศตวรรษ ที่16-18 ก่อนอาณาจักรเขมรจะล่มสลายไป เป็นโบราณสถาน ที่ก่อสร้างด้วยหินทรายและมีคูน้ำล้อมรอบ เทวสถาน ภายในบริเวณกู่ พบเพียงก้อนหินทราย ศิลาแลง ที่คงเหลือเพียงไม่กี่ชิ้น พบการจารึกภาษาขอมโบราณสลักบนแผ่นหินทราย และส่วนประกอบอื่นๆ เล็กน้อย ที่ชาวบ้านเก็บรวบรวมไว้ ใกล้ๆ กับแผ่นจารึก มีแอ่งน้ำตื้น ๆ และมีการนำเอาหินมาเรียงกันที่ขอบบ่อ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ประจำเทวสถานแห่งนี้



ตัวโบราณสถานถูกทำลายเพื่อค้นหาโบราณวัตถุหรือของมีค่า และนำหินไปใช้จนกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่เหลือเพียงก้อนหินทรายที่ชาวบ้านนำมาเรียงเป็นวงกลมรอบหลุมขุด สันนิษฐานว่าบริเวณดังกล่าวเคยเป็นศาสนสถานวัฒนธรรมขอมมาก่อน












